รับรองกรมการกงสุล (MFA) vs รับรองสถานทูต (Embassy)
รับรองกรมการกงสุลไทย vs สถานทูตปลายทาง ต่างกันยังไง ต้องทำคู่กันเสมอหรือไม่
เมื่อไหร่ใช้ รับรองกรมการกงสุล (MFA)
- ✓เอกสารใช้ในไทย
- ✓ขั้นตอนแรกก่อนไปสถานทูต
- ✓ประเทศปลายทางใช้ Apostille (MFA Apostille)
เมื่อไหร่ใช้ รับรองสถานทูต (Embassy)
- ✓ต้องยื่นที่ประเทศปลายทาง (non-Hague)
- ✓วีซ่าทำงาน UAE/SA/CN/VN
- ✓ตามที่สถานทูตระบุชัดเจน
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | รับรองกรมการกงสุล (MFA) | รับรองสถานทูต (Embassy) |
|---|---|---|
| ลำดับ | ทำเป็นขั้นแรก | ทำหลัง MFA |
| ค่าธรรมเนียม | 200-400 บาท/ฉบับ | 300-3,000 บาท/ฉบับ (ตามสถานทูต) |
| เวลา | 1-3 วัน | 1-10 วันทำการ |
| บังคับใช้คู่กันไหม | MFA จำเป็นเกือบทุกกรณี | เฉพาะประเทศ non-Hague |
| แหล่งอ้างอิงอัตราทางการ | กรมการกงสุล https://consular.mfa.go.th/ | ประกาศของสถานทูตปลายทางแต่ละแห่ง |
คำถามที่พบบ่อย
ทำสถานทูตอย่างเดียวได้ไหม?
ไม่ได้ สถานทูตจะรับรองต่อเมื่อเอกสารผ่าน MFA แล้วเท่านั้น
เอกสารสมรสในไทยใช้ในญี่ปุ่น ต้องผ่านสถานทูตญี่ปุ่นไหม?
ญี่ปุ่นเป็นสมาชิก Hague — เมื่อไทยใช้ Apostille (2026) จะไม่ต้องผ่านสถานทูตญี่ปุ่นอีก
บริการที่เกี่ยวข้อง
อภิธานศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
การรับรองกงสุล (Legalization)
Legalization คือการรับรองเอกสารแบบ 2 ชั้น โดยกรมการกงสุลแล้วประทับตราสถานทูตของประเทศปลายทาง สำหรับประเทศที่ยังไม่เข้าร่วม Apostille
Apostille
Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญาเฮก 1961 ที่รับรองเอกสารราชการให้ใช้ได้ในประเทศสมาชิก 126 ประเทศโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต
กรมการกงสุล (MFA Consular)
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คือหน่วยงานไทยที่รับรองลายมือชื่อและตราของหน่วยราชการบนเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ
อัปเดตล่าสุด: 2026-05-20