Apostille (Hague) vs Legalization (รับรองกงสุล)
เทียบ Apostille (อนุสัญญาเฮก) กับการรับรองกงสุลแบบเดิม: ขั้นตอน เวลา ราคา ใช้ประเทศไหนได้บ้าง
เมื่อไหร่ใช้ Apostille (Hague)
- ✓ปลายทางเป็นสมาชิก Hague (EU, US, UK, JP, KR ฯลฯ)
- ✓ต้องการเร็ว 1-3 วัน
- ✓ลดต้นทุนการประทับตราสถานทูต
เมื่อไหร่ใช้ Legalization (รับรองกงสุล)
- ✓ปลายทางไม่ใช่สมาชิก Hague (CN, UAE, SA, VN, ฯลฯ ก่อน accession)
- ✓เอกสารราชการพิเศษที่ Apostille ไม่ครอบคลุม
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | Apostille (Hague) | Legalization (รับรองกงสุล) |
|---|---|---|
| จำนวนขั้นตอนรับรอง | 1 ขั้น (Apostille) | 2 ขั้น (กงสุล + สถานทูต) |
| เวลาเฉลี่ย | 1-3 วันทำการ | 5-15 วันทำการ |
| ค่าใช้จ่าย | ค่ารับรอง + แปล | ค่ารับรอง 2 ชั้น + ค่าสถานทูต |
| ใช้ได้กี่ประเทศ | 126 ประเทศสมาชิก Hague | ทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก |
| เอกสารที่รองรับ | เอกสารราชการทั่วไป + รับรองทนาย | ครอบคลุมทุกประเภท |
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ไทยลงนามอนุสัญญาเฮก 2024 และจะเริ่มใช้บังคับในปี 2026 — ก่อนหน้านั้นยังต้องใช้วิธี Legalization เดิม
Apostille ราคาเท่าไหร่?
ค่ารับรอง Apostille ของกรมการกงสุลประมาณ 200-800 บาท/ฉบับ บวกค่าแปลและบริการตัวแทน รวมเริ่ม 1,200 บาท
ถ้าประเทศปลายทางไม่ใช่สมาชิก ใช้ Apostille ได้ไหม?
ไม่ได้ ต้องทำ Legalization 2 ชั้นแบบเดิม (กรมการกงสุล → สถานทูตประเทศปลายทาง)
เอกสารแปลต้อง Apostille ก่อนหรือหลังแปล?
โดยทั่วไปแปลก่อน แล้วรับรองนักแปล/โนตารี จากนั้นจึง Apostille ตัวเอกสาร + คำแปล
บริการที่เกี่ยวข้อง
อภิธานศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
การรับรองกงสุล (Legalization)
Legalization คือการรับรองเอกสารแบบ 2 ชั้น โดยกรมการกงสุลแล้วประทับตราสถานทูตของประเทศปลายทาง สำหรับประเทศที่ยังไม่เข้าร่วม Apostille
Apostille
Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญาเฮก 1961 ที่รับรองเอกสารราชการให้ใช้ได้ในประเทศสมาชิก 126 ประเทศโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต
Notary Public (โนตารี พับลิค)
Notary Public ในไทยคือทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความให้รับรองลายมือชื่อ สำเนา คำแปล และคำสาบานเพื่อใช้ในต่างประเทศ
อัปเดตล่าสุด: 2026-05-20